Tips & News » สาระน่ารู้ » Tips&Trick หน้าที่ของหม้อน้ำรถยนต์และวิธีการดูแลรักษา

Tips&Trick หน้าที่ของหม้อน้ำรถยนต์และวิธีการดูแลรักษา

15 มีนาคม 2017
6223   0

หน้าที่ของหม้อน้ำ

หม้อน้ำในรถมีหน้าที่ระบายความร้อน เรามาดูหลักการทำงานของหม้อน้ำในรถกัน ระบบการทำงานของหม้อน้ำ หม้อน้ำเป้นอุปกรณ์หนึ่งในระบบระบายความร้อนหรือเรียกอีกอย่างว่าการหล่อเย็นเนื่องจากการทำงานของเครื่องยนต์ต้องอาศัยความร้อนในการทำงานเพราะฉะนั้นต้องมีระบบหล่อเย็นเพื่อป้องกันการสะสมของความร้อนของเครื่องยนต์เพื่อป้องกันอาการผิดปกติของการจุดระเบิด

หม้อน้ำในรถจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะหม้อน้ำมีหน้าที่นำความร้อนออกจากสารหล่อเย็นที่เข้าไปดึงความร้อนออกจากเครื่องยนต์ โดยใช้วิธีการแลกเปลี่ยนความร้อนด้วยอากาศที่ผ่านหม้อน้ำ โดยหม้อน้ำจะแลกเปลี่ยนความร้อนจากพื้นผิวที่สัมพัสที่มีลักษณะเป้นแผ่นคลื่นหลายชั้นทับกันหรือที่เราเรียกว่าคลีบหม้อน้ำน้ำมัน คือพื้นสัมพัสที่หม้อน้ำใช้ในการแลกเปลี่ยนความร้อนจากน้ำหล่อเย็นออกไปสู่อากาศ  เพราะฉะนั้นความหนา ความยาว ความกว้าง และจำนวน มีผลกับการระบายความร้อนของสารหล่อเย็น

โดยทิศทางชองการหล่อเย็นขะมาจากด้านบนเนื่องจากน้ำจะมีอุณหภูมิสูงขะขยายตัวดันวาล์วน้ำ ที่เป้นทางเข้าของท่อเข้าหม้อน้ำ และส่งน้ำที่มีอุณหภูมิเข้าไปทำการระบายความร้อนของน้ำออก เพราะฉนั้นเมื่อเริ่มสตารท์รถ

น้ำที่อยู่ในระบบยังมีแรงดันไม่พอที่จะทำให้วาล์วเปิด จึงจะเวียนอยู่ในระบบท่อหล่อเย็นในเครื่องยน์ไม่สามารถออกมาสู่หม้อน้ำได้เนื่องจากหม้อน้ำมีอุณหภูมิและมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนทำให้เกิดแรงดันไอน้ำสูงจนล้นออกจากหม้อน้ำ หมอน้ำรถยนต์จึงมีฝาแบบพิเศษที่มีสปริงดันวาล์วสูญญากาศไว้และมีท่อน้ำล้นนำน้ำหล่อเย็นไปพักไว้ในถังสำรองเพื่อพักน้ำหล่อเย็นเอาไว้ เมื่ออุณหภูมิน้ำหล่อเย็นในระบบลดลงนั้นคือน้ำหยุดการขยายตัวแล้วกลับสู่สภาวะปกติ น้ำที่อยู่ในถังสำรองจะกลับไปในหม้อน้ำในอุณหภูมิปกติและนี้เป็เหตุผลว่าทำไหมเราไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำในขณะที่เครื่องร้อน และไม่ควร

วิธีการดูแลรักษาหม้อน้ำ

  1. ตรวจเช็คระดับน้ำทุกครั้งก่อนสตาร์ทเครื่อง หรืออย่างน้อยทุกๆ 1สัปดาห์ สำหรับรถที่มีอายุเกิน 5 ปี หรืออย่างน้อยเดือนละครั้ง แต่ถ้ารถที่ไม่ถึง 5 ปี ระดับน้ำปกติควรอยุ่ตรงคอหม้อน้ำพอดี
  2. น้ำที่ใช้เติมควรใช้น้ำที่สะอาดเติมลงในหม้อน้ำ ดพื่อป้องกันไม่ให้หม้อน้ำ หรือทางเดินของหลอดรังผึ้งหม้อน้ำเกิดการอุดตัน ถ้าเป้นไปได้ใช้น้ำดื่มเติมจะดีที่สุด
  3. หมั่นตรวจดูรอยรั่วตามจุดต่างๆ อย่างเช่น ท่อยาง ครีบรังผึ้ง ปั้มน้ำ หากพบรอยรั่วต้องรีบทำการซ่อมทันที
  4. ตรวจสอบสภาพสายพานหน้าเครื่อง ไม่ควรให้หย่อนหรือตึงเกินไป ตามปกติเวลาใช้มือกดสายพานควรยุบตัวลงประมาณ 1 นิ้ว
  5. ตรวจสอบพัดลมระบายความร้อนควรอยู่ในสภาพที่ใช้งานงานได้ปกติ ไม่แตกหัก หรือบิดงอ เพราะจะทำให้ปั้มชำรุดได้ แต่ถ้าเป้นในส่วนพัดลมไฟฟ้า ต้องค่อยดูว่าหมุนด้วยความเร็วเท่าเดิมหรือเปล่า แต่ถ้าหมุนด้วยความเร็วช้าลงจะส่งผลให้ระบบระบายความร้อนให้หม้อน้ำด้อยลง
  6. ไม่ควรติดเครื่องยต์โดยไม่ได้ปิดฝาหม้อน้ำโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดตะกอนในหม้อน้ำและภายในเครื่อง เนื่องจากน้ำในรังผึ้งหม้อน้ำระเหยออก เมื่อเกิดตะกอนในหม้อน้ำ หรือบริเวณท่อทางเดินน้ำในเครื่องมากๆ จะส่งผลให้เครื่องร้อนจัด และทำให้การระบายความร้อนของเครื่องยนต์ไม่ดีเท่าที่ควร
  7. เทอร์โมสตัท (Thermostat) และระบบ Water Temperature Regulator วัดความร้อนต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ปกติ ถ้าเสียใช้งานไม่ได้รีบซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ทันที
  8. หากน้ำในหม้อน้ำแห้ง ในขณะที่เครื่องยนตืกำลังทำงาน และอุณหภูมิสูง ไม่ควรดับเครื่องหรือเติมน้ำทันที ให้เดินเครื่องเดินเบาๆ ไปสักระยะ พอให้อุณหภูมิเครื่องยน์ลดลงก่อน แล้วค่อยๆเติมน้ำสะอาดลงไปทีละน้อยด้วยความระมัดระวัง
  9. ควรเปลี่ยนถ่ายในหม้อน้ำทิ้งทุกๆ 4-6 เดือน หรือเมื่อเห็นว่าน้ำในหม้อน้ำสกปรกมาก ตัวอย่างเช่น มีสนิม คราบน้ำมัน และควรเติมน้ำยาคูลแลนท์ เพื่อช่วยในการลดเม็ดฟองอากาศที่เข้ามาในเครื่อง และเพื่อลดตะกอนที่จะเกิดในน้ำ โดยเติมน้ำยาตามปริมาณของน้ำยาคูลแลนท์ชนิดนั้นๆ

เพื่อการเดินที่ปลอดภัยอย่าลืมตรวจเช็ครถยนต์ให้พร้อมก่อนเดินทางทุกครั้งนะคับ

รถยนต์มือหนึ่งหรือร ถมือสองแต่ถ้าเราดูแลหมั่นตรวจเช็คสภาพเครื่องอยู่ตลอดเวลารถยนต์ของเราก็จะอยู่ในสภาพที่ดีไม่งอแงกับเราแน่นอน

Tips&Trickโดย  ทีมงานกฤษฎากู๊ดคาร์